ทดลองเรียน ติวสอบราชการ ได้สายงานมูลค่า 590 บาท “ฟรี”
บริษัท กูรูเซ็นเตอร์ จํากัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสําคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นรากฐานในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ บริษัท จึงจัดทํานโยบายฉบับนี้ขึ้น เพื่อกําหนดกรอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกระบวนการต่างๆ ของบริษัท เพื่อให้ ลูกค้า พนักงาน บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกบริษัท ยึดถือและปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลําดับรองที่เกี่ยวข้อง และให้หมายความรวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)
บริษัท บริษัท กูรูเซ็นเตอร์ จํากัด สคส.สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัท มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงผู้สมัคร พนักงาน ครูอัตราจ้าง ลูกค้า ผู้ถือหุ้น กรรมการ คู่ค้า ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท
ผู้สมัคร พนักงาน ครูอัตราจ้าง บุคคลที่แจ้งความประสงค์เพื่อรับการพิจารณาเข้าเป็นพนักงาน/เข้าฝึกงาน
ลูกจ้างของบริษัท ตามกฎหมายแรงงาน บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษา แต่ไม่ได้เป็นพนักงานประจํา โดยจะได้รับการ
จ้างงานตามสัญญาจ้าง ลูกค้า หรือ ผู้รับบริการ นิติบุคคล/บุคคลธรรมดา ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน ผู้ซื้อสินค้า ตลอดจนผู้เข้า
คู่ค้า ผู้ขาย หรือผู้ ให้บริการผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลส่วนบุคคล รับบริการจากบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล นิติบุคคล/บุคคลธรรมดา ที่ขายสินค้าหรือให้บริการแก่บริษัท เช่น คู่สัญญา ผู้ขาย ผู้ ให้บริการ ที่ปรึกษา เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องหรือเป็น ตัวแทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่ค้า เช่น ผู้บริหาร กรรมการ ตัวแทน ผู้แทน หรือบุคคล ธรรมดาอื่นใดและบุคคลที่มีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการทํา ธุรกรรมระหว่างบริษัทกับนิติบุคคลนั้น เช่น ผู้ประสานงาน ผู้ส่งสินค้า ผู้สั่งจ่ายเช็ค เป็นต้น ผู้ค้ําประกันการทํางานของพนักงาน, ผู้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน คู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน ญาติ บุตร นายจ้าง ตัวแทน ผู้รับประโยชน์ หรือบุคคลผู้อ้างอิง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือ
ทางอ้อมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวข้อมูลชีวภาพข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทํานองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกาศ กําหนด ตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการนําลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคล เพื่อทําให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคลนั้น ซึ่งไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลจําลองภาพใบหน้า ข้อมูลจําลองม่านตา หรือ ข้อมูลจําลองลายนิ้วมือการเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จําเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ของบริษัท และชอบด้วย ผู้ควบคุมข้อมูลส่วน บุคคล กฎหมาย
บุคคลหรือนิติบุคคล ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลหรือนิติบุคคล ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน ซึ่งดําเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคําสั่ง หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล โดยบุคคลหรือนิติบุคคล ทั้งหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน ซึ่งดําเนินการ ดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลการประมวลผลข้อมูลแอปพลิเคชัน
IP Address คุกกี้ (Cookie) การดําเนินการใดๆ ซึ่งกระทําต่อข้อมูลส่วนบุคคลหรือชุดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดย วิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บ บันทึก จัดระบบ จัดโครงสร้างเก็บรักษา เปลี่ยนแปลง หรือปรับเปลี่ยน การรับ พิจารณา ใช้ เปิดเผยด้วยการส่งต่อ เผยแพร่ หรือการกระทําอื่น ใด ซึ่งทําให้เกิดความพร้อมใช้งาน การจัดวางหรือผสมเข้าด้วยกัน การลบ หรือการทําลาย โปรแกรม หรือชุดคําสั่งที่ใช้ควบคุมการทํางานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่อ พ่วงต่างๆ เพื่อให้ทํางานตามคําสั่ง และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ โดยแอปพลิเค ชัน (Application) ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) เพื่อ เป็นตัวกลางการใช้งานต่าง ๆ สัญลักษณ์เชิงหมายเลขที่กําหนดให้แก่อุปกรณ์แต่ละชนิด เช่นคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์ที่มี ส่วนร่วมอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์หนึ่งๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล ในการสื่อสาร ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ของบริษัท ส่งไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยคุกกี้จะถูกส่งกลับไปที่เว็บไซต์ต้นทาง ในแต่ละครั้งที่กลับเข้ามาดูที่เว็บไซต์ดังกล่าว
Log
ข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานแอปพลิเคชัน การใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งรวมถึงแหล่งกําเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการใช้งานของแอปพลิเคชัน การใช้งานอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุ ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการจัดทําข้อมูลนิรนามแล้ว
ตัวบุคคลได้
ภัยคุกคามทางไซเบอร์
(Cyber)
การกระทําหรือการดําเนินการใด ๆ ที่มิชอบ โดยใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์ โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้ายต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จําเป็น โดยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกเก็บรวบรวม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทโดยทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะ ดําเนินการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน หรือในขณะที่มีจัดเก็บหรือประมวณผลข้อมูลทุกครั้ง
3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
(1) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ เลขบัตรประจําตัวประชาชน รูปถ่าย สัญชาติ และลายมือชื่อ เป็นต้น
(2) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล ข้อมูลผู้ที่สามารถติดต่อได้ หรือข้อมูล บุคคลอ้างอิง ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย เป็นต้น
(3) ข้อมูลทางธุรกรรม เช่น ประวัติการเข้ารับบริการ ประวัติการซื้อขาย รายละเอียดการชําระเงิน และสําเนา บัญชีธนาคาร เป็นต้น
(4) ข้อมูลทางการตลาด อาทิ ความพึงพอใจของท่านต่อบริการ รวมถึง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ การให้บริการ ของพนักงาน/เจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการ
(5) ข้อมูลประวัติการใช้งาน เช่น ข้อมูลคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์เคลื่อนที่ใด ๆ เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีอื่นใดที่ท่านใช้เพื่อเข้าถึง เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท เช่น ข้อมูลจราจร ทางคอมพิวเตอร์ (Log) หมายเลขประจําเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) ชนิดของระบบปฏิบัติการ ชนิด และเวอร์ชั่นของเว็บเบราว์เซอร์ และข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่น ที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้น
(6) ข้อมูลจากการใช้เว็บไซต์/การติดต่อสื่อสารเมื่อท่านใช้เว็บไซต์ของบริษัท บริษัทจะใช้เทคโนโลยีจัดเก็บ ข้อมูลอัตโนมัติเพื่อเก็บข้อมูลบางประการเกี่ยวกับการดําเนินการของท่าน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่เว็บไซต์ ความเห็นของผู้ใช้งานข้อมูลใด ๆ ที่ท่านเปิดเผยแก่บริษัทโดยสมัครใจเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้รับจาก บริการของบริษัท เพจหรือเนื้อหาและระยะเวลาที่ท่านอ่าน และข้อมูลและสถิติอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน เช่น จํานวนครั้งของการตอบสนองต่อเนื้อหา ความผิดพลาดของการดาวน์โหลดและระยะเวลาในการเยี่ยมชม เพจต่าง ๆ เป็นต้น
(7) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น การถ่ายภาพหรือบันทึกภาพเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือการเรียนการสอนในห้องเรียน หรือสถานที่สอนสด เป็นต้น
3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูล สุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของ ข้อมูล
ดังนั้น บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเท่าที่จําเป็น เมื่อบริษัทมีความ จําเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านเนื่องจากสาเหตุใดก็ตาม บริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือต่อเมื่อ กฎหมายอนุญาตให้กระทําได้ ตัวอย่างเช่นการเก็บข้อมูลข้างล่างนี้
(1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (เช่น ข้อมูลศาสนา บนบัตรประจําตัวประชาชน หรือ เชื้อชาติ บน หนังสือเดินทาง) โดยปกติก่อนเข้ารับบริการ ผู้เข้ารับบริการ จะต้องยื่นเอกสารบัตรประชาชน หรือ หนังสือ เดินทาง เพื่อยืนยันตัวตน บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกาแถบดําข้อมูลอ่อนไหวข้างต้นออกก่อนที่จะ นําส่งสําเนาให้บริษัทจัดเก็บทุกครั้ง
(2) ข้อมูลสุขภาพของพนักงาน/ลูกจ้าง เช่น การเข้ารับการตรวจสุขภาพ ประวัติสุขภาพ และข้อมูลที่ ปรากฏในเอกสารประกอบการตรวจสุขภาพ ใช้เพื่อให้บริษัท สามารถคํานวณค่าตอบแทน และสําหรับแจ้ง กองทุนทดแทน กรณีเจ็บป่วยเกิน 30 วันและสิทธิประโยชน์อื่นอันพึงได้จากการเจ็บป่วย เป็นต้น
(3) ประวัติอาชญากรรมของพนักงาน โดยการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ สําเนาบัตร ประชาชน เพื่อนําส่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สําหรับการตรวจสอบในบางตําแหน่งที่บริษัทประกาศหลักเกณฑ์
ไว้
3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
บริษัทจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือข้อมูลบุคคลเสมือนไร้
ความสามารถ หากบริษัทพบว่าได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือข้อมูลบุคคล
เสมือนไร้ความสามารถโดยไม่ได้เจตนา บริษัทจะลบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ออกจากระบบเก็บข้อมูลทันที
อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะจากบิดามารดาหรือ ผู้ปกครองโดยตรง และเมื่อได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากบุคคลดังกล่าวเท่านั้น
เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกฎหมาย บริษัท จะจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง
4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม เช่น บริษัท ตัวแทนจัดหางาน เป็นต้น ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง จะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ โดยจะต้องปฏิบัติโดย
ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการเข้าเยี่ยมชมเว็ปไซต์ เช่น ชื่อของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และที่อยู่ไอพี (IP Address) ผ่านการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต วันที่และเวลาของการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หน้าเพจที่เข้าเยี่ยมชมขณะ เข้าเว็บไซต์ และที่อยู่ของเว็บไซต์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเว็บไซต์ของบริษัท
4.4 พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชั่น โดยจะมีการเก็บlog การใช้งานจากบนแอปพลิเคชันของทางบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากข้อมูลสาธารณะ (Public Records) และที่ไม่ใช่สาธารณะ (Non-Public Records) ที่ บริษัท มีสิทธิเก็บรวบรวมได้ตามกฎหมาย
4.5 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานกํากับดูแลที่ใช้อํานาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ห้ามมิให้ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เว้นแต่สามารถกระทําได้
โดยชอบด้วยกฎหมาย
5.1 วัตถุประสงค์การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้กระทําภายใต้วัตถุประสงค์ และเก็บรวบรวมเท่าที่จําเป็นตามกรอบ
วัตถุประสงค์ หรือเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมอันชอบด้วยกฎหมาย โดยต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อน หรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการเก็บรวบรวม ได้แก่ เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับสมัคร คัดเลือกผู้สมัครงาน การสัมภาษณ์ และการดําเนินการใดๆ ที่
เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน
5.1.2 เพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือหน้าที่ของพนักงาน ครูอัตราจ้าง และเพื่อ
วัตถุประสงค์ในการอนุมัติเงินเดือนและผลประโยชน์สําหรับพนักงานของบริษัท
5.1.3 เพื่อวัตถุประสงค์ในการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับจ้างงาน และการบรรจุพนักงานเข้าทํางาน อาทิ การตรวจร่างกายก่อนเข้าทํางาน การระบุนามผู้รับประโยชน์ การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม การเข้าทําสัญญาจ้าง และการเข้าทําสัญญาผู้ค้ําประกันการ ทํางาน เป็นต้น
เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการสวัสดิการและผลประโยชน์พนักงาน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัด เฉพาะเงินกู้สวัสดิการ การเบิกค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการส่วนลดสําหรับพนักงาน การตรวจ ร่างกายประจําปี การประกันภัย และการเรียกค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย
5.1.5 เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ครูอัตรจ้าง ตามสัญญาจ้าง ข้อตกลงการว่าจ้าง สัญญาแต่งตั้ง หรือสัญญาอื่นใด ซึ่งเข้าทํากับบริษัท
5.1.6 เพื่อวัตถุประสงค์ในการบันทึกเวลาการทํางาน จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส ค่าตอบแทน หรือสิทธิ
ประโยชน์ใดๆ
5.1.7 เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และคําสั่งโดย ชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
5.1.8 เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการฝึกอบรมบุคลากร ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเฉพาะการรวบรวม รายชื่อผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าฝึกอบรม และดําเนินการบริหารจัดการทางทะเบียนและสิ่งอํานวย
ความสะดวกต่าง ๆ
5.1.9 เพื่อวัตถุประสงค์ในการโอนย้ายพนักงาน และการยืมตัวพนักงาน/บุคลากร
5.1.10 เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในเรื่องอื่นๆ อาทิ การลงโทษทางวินัย การ เลิกจ้าง การลาออก และการเกษียณ เป็นต้น
5.1.11 เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารกับ ผู้สมัครงาน พนักงาน ครูอัตราจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ
พนักงาน
ตามกฎหมาย
5.1.12 เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องของบริษัทในขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อยความรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สิน
5.1.13 ของบริษัท
5.1.14 เพื่อดําเนินการจัดกิจกรรมการฝึกอบรม/การพัฒนาศักยภาพในการทํางาน ทั้งในรูปแบบการ ฝึกอบรมทั่วไปและแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-leaming) และ/หรือเพื่อออกใบรับรองการฝึกอบรมให้แก่
ท่าน
5.1.15 การบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง บทสัมภาษณ์ คําพูด และยินยอมให้บริษัท เผยแพร่ ข้อมูลที่บันึกไว้ในการจัดกิจกรรม ออกบูธ การโฆษณา การเชิญชวน เป็นสื่อการสอน โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการค้า ธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ของบริษัท รวมทั้งกิจกรรมอื่น ที่เป็น การสื่อสารสู่สังคมและเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการต่างๆในระยะยาว
5.1.16 เพื่อเป็นช่องทางการติดต่อกับผู้ใช้บริการในด้านต่างๆ อาทิ คอร์สการเรียน การสอนสด 5.1.17 เพื่อตรวจสอบและแจ้งผลการเรียนหรืออบรม การตอบโต้บทสนทนา (Discussion Board) การส่ง หนังสือรับรองการผ่านการเรียนหรืออบรม
5.1.18 เพื่อเป็นข้อมูลยืนยันการผ่านการทดสอบหรือจบหลักสูตรวิชา
5.1.19 การเผยแพร่ชื่อนามสกุล หรือรายละเอียดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งทางตรงและทางอ้อมบน เว็บไซต์ สื่อ Social media ภาพข่าวรวมถึงสื่อสาธารณะต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่
บริษัทแจ้งไว้
5.1.20 การบริหารจัดการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการธุรกิจของ บริษัท ดําเนินการประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร รวมถึงการจัดการระบบปฏิบัติการด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ การจัดการระบบติดต่อสื่อสาร ระบบความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ องค์กร รวมถึงการควบคุมและการบันทึกการเข้าถึงระบบ การติดตามตรวจสอบระบบ อุปกรณ์ และ ระบบอินเทอร์เน็ต
5.1.21 การทํางานของเว็บไซต์ แอปพลิเคชันมือถือ และแพลตฟอร์ม เช่น เพื่อดูแล ดําเนินงาน ติดตาม สังเกตการณ์ และจัดการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มเพื่ออํานวยความสะดวกและรับรองให้ท่านมั่นใจ
ว่าเว็บไซต์และแพลตฟอร์มทํางานอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่ออํานวยความ สะดวกท่านในการใช้งานเว็บไซต์และแพลตฟอร์ม เพื่อปรับปรุงแผนงานและเนื้อหาของเว็บไซต์
และแพลตฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น
5.1.22 เพื่อตรวจจับการทุจริต เช่น เพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวตนของท่าน เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตาม กฎหมายและกฎระเบียบอื่น ๆ (เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอก เงิน และป้องกันการทุจริต) รวมถึงการตรวจสอบและบันทึกเป็นการภายใน การจัดการทรัพย์สิน ฐานข้อมูลด้านการทุจริต ระบบ และการควบคุมธุรกิจอื่น ๆ
5.1.23 การร่วมลงทุน การโอนสิทธิ การเปลี่ยนแปลงเจ้าของกิจการ หรือการจําหน่ายกิจการ ทรัพย์สิน หรือหุ้น หรือการทําธุรกรรมที่คล้ายกัน ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลของท่านให้กับผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือ หน้าที่ของบริษัทไม่ว่าจะรายเดียวหรือหลายราย โดย ที่การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทําธุรกรรมนั้น ๆ ทั้งนี้ บริษัทจะ ปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อเป็นการเคารพต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 5.1.24 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เพื่อรักษาความปลอดภัยและความ เชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัท หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อใช้สิทธิและปกป้องผลประโยชน์ของ บริษัท หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เมื่อจําเป็นและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกัน และ ดําเนินการเกี่ยวกับการทุจริตใด ๆ ข้อร้องเรียนเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการ ละเมิดกฎหมาย เพื่อจัดการและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน เพื่อดูแลให้มีการปฏิบัติตาม ข้อกําหนดและเงื่อนไขของบริษัทบริษัทในกลุ่มหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อตรวจจับและป้องกัน การกระทําผิดภายในสถานที่ของบริษัท ซึ่งรวมถึง การใช้งานกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อติดตาม สถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันและรายงานอาชญากรรม เพื่อรักษาความปลอดภัยและความ ถูกต้องของธุรกิจของบริษัทเพื่อดําเนินการบริหาร การจัดทํารายงาน นโยบายภายในองค์กรตาม ขอบเขตในการปฏิบัติงานของบริษัท รวมถึงการบังคับทางสัญญาและการปฏิบัติตามนโยบาย
ภายในองค์กร
5.1.25 การปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายและคําสั่งของหน่วยงานรัฐ เช่น เพื่อดําเนินการตามกฎหมาย กระบวนพิจารณา หรือคําสั่งของหน่วยงานรัฐ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐภายนอกประเทศไทย และ หรือให้ความร่วมมือกับศาล ผู้กํากับดูแล หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ในกรณี ที่บริษัท มีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือ คําสั่ง หรือต้องให้ความ ร่วมมือดังกล่าว โดยบริษัทอาจจําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือคําสั่งของรัฐดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่ง รวมถึงเพื่อดําเนินการตามขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนภายใน หรือการป้องกันอาชญากรรม การ ฉ้อโกง และ/หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
5.1.26 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
5.1.27 เพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการให้แก่ท่าน เช่น เพื่อดําเนินการตามคําขอของท่านก่อนเข้าทํา
สัญญา
5.1.28 เพื่อเข้าทําสัญญาและจัดการกับความสัมพันธ์ทางสัญญาระหว่างบริษัทกับท่าน เพื่อเสนอราคา (Quotation) ตามที่ท่านร้องขอ เพื่อให้บริการ รักษา ป้องกัน ดําเนินการตรวจสอบและปรับปรุง บริการ เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ท่าน เพื่อสนับสนุนและดําเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท
5.1.29 เพื่อบริหารจัดการบัญชีของท่านและเพื่อดําเนินธุรกรรมทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ ชําระเงิน การคืนเงิน การออกใบสําคัญรับเงิน ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้
5.1.30 เพื่อการเรียกเก็บเงิน หรือหนี้ที่ผู้ใช้บริการค้างชําระ การเข้าทําธุรกรรม การดําเนินการชําระเงิน
และ/หรือ รับชําระเงินจัดการกับข้อเรียกร้องและข้อพิพาท รวมถึงการดําเนินการแก้ไขข้อพิพาท
การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือ
การยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องในขั้นตอนต่าง ๆ ตามกฎหมาย หรือการดําเนินคดีตลอดจนการ บังคับคดี อันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาและเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
5.1.31 เพื่อดําเนินการเคลมบริการของบริษัท และติดตามการจัดส่ง รับ ส่งคืน และเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ รวมถึงการตรวจสอบและการยืนยันและยกเลิกธุรกรรม เพื่อประมวลผลคําสั่งว่าจ้างและ/หรือคําสั่ง
ซื้อของท่าน
5.1.32 เพื่อนําเสนอสินค้า และบริกาสําหรับลูกค้า
5.1.33 เพื่อติดต่อและสื่อสารกับท่าน เช่น เพื่อใช้ในการติดต่อ ประสานงาน ให้บริการ ประชาสัมพันธ์
นําเสนอข้อมูลทางการตลาด การขาย ข้อเสนอพิเศษ โปรโมชั่น การแจ้งเตือน ข่าวสาร และข้อมูล เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทให้แก่ท่าน รวมทั้งจัดการในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการบริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น คําถาม คําขอ คําติชม ผลตอบรับ คําร้องเรียน ข้อเรียกร้อง ข้อ พิพาท หรือการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เพื่อ แจ้งการดําเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่ท่าน และสํารวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของท่านต่อ บริการหรือกิจกรรมของบริษัท รวมถึงเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น รายชื่อ ลูกค้า) ให้เป็นปัจจุบัน และเพื่อจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีการอ้างถึงท่าน 5.1.34 การตลาดและการติดต่อสื่อสาร เช่น เพื่องานตลาด การติดต่อสื่อสาร การบริการ การขาย การ เสนอโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด สิทธิพิเศษ รวมถึงการแจ้งเตือนหรือแจ้งข่าวสารและ ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท ตามที่ท่านเคยได้ระบุความต้องการของท่าน ไว้หรือเคยได้ใช้บริการมาก่อน รวมถึง ข้อมูลผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ใกล้เคียงกับความสนใจ และประวัติการรับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ท่านสามารถเข้าร่วม ข้อเสนอและสิทธิพิเศษ แคมเปญ งานกิจกรรม งานสัมมนา รวมถึงรายการส่งเสริมการขายอื่น ๆ และบริการโฆษณาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ท่านในการเข้าร่วมงานกิจกรรม
ของบริษัท
5.1.35 การวิเคราะห์ข้อมูลตามความสนใจหรือพฤติกรรมของลูกค้า (Profiling) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เช่น เพื่อทราบข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ท่านได้รับ และ ที่ท่านอาจสนใจ รวมถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การพิจารณาประเภทของ ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ท่านใช้จากบริษัท หรือท่านต้องการให้บริษัทติดต่อท่านผ่านช่องทาง ใด ฯลฯ เพื่อสํารวจความพึงพอใจในการใช้บริการของบริษัท เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการที่ท่านใช้จากบริษัท เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ วิเคราะห์พฤติกรรม วิเคราะห์ ข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่สนใจในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์ช่วงเวลา ที่ตั้งของลูกค้า แนวโน้มของ ตลาด ทั้งนี้ การดําเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการตลาด แคมเปญ บริการใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรู้จักท่านมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์และ/หรือ บริการที่มีอยู่ของบริษัท และเพื่อยกระดับการดําเนินธุรกิจของบริษัท ให้ดียิ่งขึ้น 5.1.36 เพื่อปรับปรุงและยกระดับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น เช่น เพื่อประเมิน พัฒนา จัดการ ยกระดับ และพัฒนาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่มอบให้แก่ท่าน รวมถึงระบบและการ ดําเนินธุรกิจ และผลการดําเนินงานของบริษัท การพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์การตลาด และ ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ รวมถึงการจัดการ การตรวจสอบ การรายงาน การควบคุม หรือการ บริหารความเสี่ยง การจัดทําสถิติ การวิเคราะห์แนวโน้มและการวางแผน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่
เกี่ยวข้องหรือคล้ายคลึงกัน รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามข้อกําหนดการเก็บรักษาข้อมูลภายในองค์กร เพื่อวิเคราะห์และจัดการธุรกิจของบริษัท และวิจัยตลาด สํารวจ ประเมิน พฤติกรรม ข้อมูลทาง สถิติ และการแบ่งส่วนตลาด เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการวิจัย การประเมิน และการแก้ไขปัญหา เพื่อปรับปรุงคุณภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัย ของผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการใหม่ ๆ 5.1.37 เพื่อการแนะนําและการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับบุคคล เช่น เพื่อทราบถึงความต้องการของท่าน
และปรับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทให้เหมาะสมกับท่าน
ทั้งนี้ การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท อาจส่งผลกระทบต่อท่าน กล่าวคือ บริษัทไม่อาจ ดําเนินการตามที่ท่านร้องขอหรือตามสัญญาได้ โดยบริษัทอาจไม่สามารถเสนอหรือจัดหาผลิตภัณฑ์และ หรือบริการของบริษัทบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านได้ และท่านอาจไม่ได้รับความสะดวก หรือไม่ได้รับการ ปฏิบัติตามสัญญา และอาจได้รับความเสียหายเสียโอกาส ในบางกรณี การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวอาจ ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่บริษัทหรือท่านมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม และอาจมีบท
กําหนดโทษที่เกี่ยวข้อง
5.2 ฐานกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ได้กําหนดหลักการและแนวปฏิบัติในการประวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติและเพื่อให้ มั่นใจได้ว่าการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด ดังนี้ 5.2.1 ฐานประโยชน์สําคัญต่อชีวิต (Vital Interest)
กรณีที่การประมวลผลข้อมูลมีความจําเป็นต่อการปกป้องประโยชน์สําคัญของเจ้าของข้อมูล เช่น เพื่อปกป้องอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพหรือชีวิตของเจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุม ข้อมูลสามารถใช้ฐานนี้เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับสุขภาพ หรือข้อมูลอ่อนไหวอื่น ๆ ได้ (เฉพาะเมื่อเจ้าของข้อมูลอยู่ในสภาวะไม่สามารถให้ความยินยอม) 5.2.2 ฐานสัญญา (Contract)
เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือดําเนินการอันเป็นความจําเป็นต่อการเข้า ทําสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การจ้างงาน จ้างทําของ การ ทําบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ สัญญาในรูปแบบอื่น เป็นต้น โดยฐานนี้จะสามารถใช้ได้กับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปเท่านั้น (ไม่สามารถใช้กับการประมวลผล Sensitive Data
ได้) และจํากัดการประมวลผลเฉพาะข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคู่สัญญา 5.2.3 ฐานประโยชน์อันชอบธรรมด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)
บริษัท สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ในกรณีที่จําเป็นต่อการดําเนินการเพื่อ
ประโยชน์อันชอบธรรมของผู้ควบคุมข้อมูลและบุคคลอื่นอย่างสมเหตุสมผล เช่น การบันทึกวงจร ปิด (CCTV) เพื่อป้องกันอาชญากรรม การประมวลข้อมูลเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบและ เครือข่าย เพื่อบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง บทสัมภาษณ์ คําพูด และยินยอมให้บริษัท เผยแพร่ข้อมูลที่บันทึกไว้ในการจัดกิจกรรมหรือออกบูธ เพื่อการรักษาความปลอดภัยอาคาร
สถานที่ของบริษัท หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการของบริษัท เป็นต้น
5.2.4 ฐานการปฏิบัติ/หน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation)
บริษัท สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นได้ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ามีความจําเป็น ต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย โดยต้องสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ากําลังปฏิบัติหน้าที่ ตามบทบัญญัติใดของกฎหมาย หรือกระทําตามคําสั่งของหน่วยงานใดของรัฐที่มีอํานาจตาม กฎหมาย เช่น
การเปิดเผยข้อมูลต่อประกันสังคม
การเปิดเผยข้อมูลต่อกรมสรรพากร
การเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 เป็นต้น
การเปิดเผยข้อมูลตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542
การดําเนินการตามคําสั่งศาล เป็นต้น
5.2.5 ฐานภารกิจสาธารณะ/อํานาจรัฐ (Public Task / Official Authority)
5.2.6 เพื่อให้บริษัท สามารถใช้อํานาจรัฐและดําเนินงานตามภารกิจของรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามที่กําหนดไว้ในกฎหมาย เช่น
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 รวมถึง กฎ ระเบียบ คําสั่งและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ฐานจดหมายเหตุ/วิจัย/สถิติ (Historical Document, Research, or Statistics) ฐานการประมวลผลข้อมูลที่มีเพิ่มอยู่ใน PDPA โดยผู้ควบคุมข้อมูลสามารถนําเอาข้อมูลส่วน บุคคลของเจ้าของข้อมูลมาประมวลผลได้บนพื้นฐานของการทําบันทึกจดหมายเหตุ วิจัย หรือสถิติ ต่าง ๆ อย่างไรก็ตามมีเงื่อนไขสําคัญคือต้องมีมาตรการปกป้องคุ้มครองข้อมูลนั้นอย่างเหมาะสม
สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรืออย่างน้อยเป็นไปตามที่
คณะกรรมการประกาศก้าหนด
5.2.7 ฐานความยินยอม (Consent)
ความยินยอม สามารถใช้เป็นฐานการประมวลผลได้เฉพาะในกรณีที่เจ้าของข้อมูลได้สมัครใจ “ยินยอม” ให้ผู้ควบคุมข้อมูลประมวลผลข้อมูลได้ โดยผู้ควบคุมข้อมูลจะต้องดําเนินการขอความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวด้วยวัตถุประสงค์ที่ ไม่เป็นไปตามข้อยกเว้นมาตรา 24 หรือ 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.
2562 ด้วยการจัดทําแบบฟอร์มขอความยินยอมเป็นหนังสือหรือทําผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน
ลักษณะที่ชัดแจ้ง แยกส่วนจากข้อความอื่น รูปแบบเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย และเป็นภาษาที่อ่าน
ง่ายไม่หลอกลวง
ทั้งนี้ การทําการตลาดแบบทางตรง เช่น การนําเสนอ ประชาสัมพันธ์สินค้า/บริการ การทํา ระบบสมาชิกสะสมแต้ม และการโฆษณาออนไลน์ตามพฤติกรรมของผู้ใช้งาน จะต้องใช้ฐานความ ยินยอมเป็นหลักในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทจะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอกหรือบุคคลภายนอก เว้นแต่ได้รับ
ยินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณี ดังต่อไปนี้
6.1 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัว บริษัท อาจจําเป็นต้องเปิดเผยหรือ แบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จําเป็นแก่คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานภายนอก โดยบริษัท จะจัดทําข้อตกลงการ แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (Data Sharing Agreement : DSA) หรือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement : DPA) ตามที่กฎหมายกําหนด
6.2 บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูล และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ หน่วยงานรัฐบาล หน่วยงาน บังคับใช้กฎหมาย ศาล เจ้าพนักงาน หน่วยงานรัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอํานาจเพื่อ ปฏิบัติตามคําสั่งหรือคําขอที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น สํานักงานประกันสังคม กรมสรรพากร กรมบังคับคดี เป็นต้น
บริษัท อาจเปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษา กรรมการอิสระ หรือบุคคลอื่น ในกรณีที่บริษัท มีเหตุอันควรเชื่อว่าจําเป็นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือ ข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อความปลอดภัยของบุคคล หรือ เพื่อตรวจสอบ ป้องกัน หรือจัดการเกี่ยวกับปัญหาการทุจริต หรือด้านความมั่นคงหรือความปลอดภัย
บริษัท ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตามหากในอนาคตบริษัท มีความจําเป็นต้องมีการ เปิดเผยหรือโอนย้ายข้อมูลไปยังต่างประเทศ บริษัท จะปฏิบัติ ดังนี้
7.1 ตรวจสอบประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลว่ามีมาตรฐานคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
7.2 ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายให้ส่งหรือโอนได้แม้ว่าประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่
รับข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่มีมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ โดยมีข้อยกเว้นตามกฎหมายดังต่อไปนี้ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
(2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่าง
ประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
(3) เป็นการจําเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการ ดําเนินการตามคําขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทําสัญญานั้น
(4) เป็นการกระทําตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อ
ประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จําเป็นตามวัตถุประสงค์ที่บริษัท ได้แจ้งแก่ท่านตาม รายละเอียดที่ระบุไว้ในนโยบาย ประกาศ หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สิ้นสุดความจําเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว บริษัท จะลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทําให้ข้อมูลส่วน บุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบมาตรฐานการลบทําลายข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ดีในกรณีที่มีข้อ พิพาท การใช้สิทธิหรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัท ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้น ต่อไปจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะได้มีคําสั่งหรือคําพิพากษาถึงที่สุด
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิทธิตามกฎหมายที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้ สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกําหนดของกฎหมาย และภายใต้นโยบายที่กําหนดไว้ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมใน อนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัท กําหนดขึ้น ดังนี้
9.1 สิทธิขอถอนความยินยอม
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่
ว่าจะเป็นความยินยอมที่ได้ให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับหรือ หลังจากนั้น) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคล อยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจํากัดสิทธิ โดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนการเพิกถอนความยินยอม
9.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท และ ขอให้บริษัท ทําสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้บริษัท เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
9.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัท ได้ทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
อยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่าน หรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทํางานได้โดยอัตโนมัติ และ สามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูล ส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทําได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และ มีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดําเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
9.4 สิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคลล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลของตนทําขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดําเนินการตามความจําเป็นในภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้ อํานาจที่รัฐได้มอบให้บริษัท หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคัดค้าน บริษัท จะยังคงดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปโดยจะต้องสามารถแสดงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเห็นถึงเหตุอัน ชอบด้วยกฎหมายที่สําคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือ การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย แล้วแต่กรณี
9.5 สิทธิขอให้ลบหรือทําลายข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอลบหรือทําลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทําให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถ ระบุตัวบุคคลได้ หากเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย โดยไม่ชอบด้วย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่า บริษัท หมดความจําเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิขอถอน ความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
9.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัท อยู่ ระหว่างตรวจสอบตามคําร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันและไม่ก่อให้เกิด ความเข้าใจผิด หรือเมื่อบริษัท อยู่ระหว่างการพิสูจน์คําขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีที่บริษัท หมดความจําเป็นในการเก็บรักษาและต้องลบหรือทําลายข้อมูล ส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้บริษัท ระงับการลบ หรือทําลาย เนื่องจากจําเป็นต้องใช้ข้อมูลในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ที่
บริษัท ต้องลบหรือทําลาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน
9.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันสมบูรณ์ และ
ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
9.8 สิทธิร้องเรียน
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอํานาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อมูลด้านล่างนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเป็นการกระทํา ในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้นสามารถทําได้โดยกรอกแบบฟอร์มคํา ร้องขอใช้สิทธิ และยื่นคําร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิอาจถูกจํากัดภายใต้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจําเป็นที่บริษัท อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดําเนินการตามคําขอ ใช้สิทธิข้างต้นได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือคําสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้สิทธิอาจ ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากบริษัท ปฏิเสธคําขอข้างต้น บริษัท จะแจ้งเหตุผล ของการปฏิเสธให้ทราบด้วย
บริษัท ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการ ป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือ ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธํารงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอํานาจหรือ โดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกําหนด
บริษัท ได้จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการเข้าใช้งานอุปกรณ์สําหรับจัดเก็บและประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทยังได้วางมาตรการ จํากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สําหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกําหนดสิทธิ เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เข้าถึงข้อมูลได้ และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทําสําเนาข้อมูลส่วน บุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางมาตรการสําหรับการ ตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและ สื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อบริษัท ทําสัญญา หรือข้อตกลงกับบุคคลที่สาม บริษัท จะกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ส่วน บุคคล การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ครอบครองจะมีความปลอดภัย
บริษัท จะดําเนินการทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ มีนัยสําคัญต่อการปฏิบัติงานตามนโยบายฉบับนี้ หรือเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง บริษัท จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบผ่านช่องทางการประกาศที่เหมาะสมของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัท ขอ แนะนําให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบนโยบายฉบับใหม่อย่างสม่ําเสมอผ่านเว็ปไซต์ของบริษัท ที่ www.guruacademy.in.th
12.1 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ทางไปรษณีย์ : บริษัท กูรูเซ็นเตอร์ จํากัด
เลขที่ 388 ซอยลาดพร้าว64 แยก 4 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์ : 064-669-2451
อีเมล : info@guru-teams.com
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณเองได้