พนักงานสอบสวนคืออะไร?
บทบาทและหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
พนักงานสอบสวน (Investigating Officer) เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่หลักในการสอบสวนคดีอาญาและดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงานอัยการ ศาล และฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
อำนาจหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ คลิก
หน้าที่หลักของพนักงานสอบสวน
- สอบสวนคดีอาญา – รับแจ้งความ รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการสอบสวนพยานและผู้ต้องหา
- ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม – ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
- ร่วมมือกับฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ – ตรวจสอบหลักฐาน เช่น ลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ และหลักฐานทางกายภาพ
- ติดตามคดีและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง – เช่น พนักงานอัยการ หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ศาล
พนักงานสอบสวนถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เนื่องจากเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตัดสินว่าผู้ต้องหามีความผิดหรือไม่
คุณสมบัติของผู้สมัครพนักงานสอบสวน
คุณสมบัติพื้นฐาน
การสมัครเป็นพนักงานสอบสวนต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ซึ่งคุณสมบัติหลัก ๆ ได้แก่
- วุฒิการศึกษาปริญญาตรีทางกฎหมาย (นิติศาสตร์)
- ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์
- หากมีใบอนุญาตว่าความ (ตั๋วทนาย) จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
- อายุไม่เกิน 35 ปี (ขึ้นอยู่กับประกาศรับสมัครแต่ละปี)
- อายุขั้นต่ำมักอยู่ที่ 20 ปี
- อายุสูงสุดไม่เกิน 35 ปี (แต่ในบางกรณีอาจมีข้อยกเว้น)
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง
- ไม่มีโรคต้องห้าม เช่น โรคติดต่อร้ายแรง หรือความผิดปกติทางจิต
- ต้องผ่านการตรวจสุขภาพตามมาตรฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พนักงานสอบสวน : วุฒิที่รับ
– นิติศาสตร์บัณฑิต [นบ.] เท่านั้น ไม่ต้องจบเนติบัณฑิต
– วุฒิอื่น ๆ ที่ไม่ใช่นิติศาสตร์บัณฑิต [นบ.] สมัครไม่ได้ !!
– ไม่จำกัดเกรดเฉลี่ย
พนักงานสอบสวน : นายร้อยตำรวจ สายสอบสวน
– ติดยศ ร้อยตำรวจตรีหญิง [ ร.ต.ต.หญิง ] หรือ ร้อยตำรวจตรี [ ร.ต.ต. ]
– ตำแหน่ง รองสารวัตร ทำหน้าที่ สอบสวน
– อัตราเงินเดือน 15,920 บาท + เงินประจำตำแหน่ง 12,000 บาท รวมเงินเดือนเริ่มต้น 27,920 บาท
– อยู่ตำแหน่งสอบสวน จากนั้นสามารถขอย้ายที่ทำงานและย้ายสายงานได้
พนักงานสอบสวน : ตำแหน่งที่บรรจุ
– ตำแหน่ง รองสารวัตร สอบสวนตำแหน่งที่ลงจะแจ้งภายหลังสอบติด
– ลงตำแหน่งแล้วเมื่อครบตามกำหนดสามารถย้ายสถานที่ทำงาน หรือย้ายสายงานได้
– ตำแหน่งเลือกตามคะแนนที่สอบได้หลังจากเข้าฝึกอบรมระยะเวลาการฝึกอบรมจะแจ้งเมื่อสอบติด
ข้อสอบพนักงานสอบสวน มี 150 ข้อ 150 คะแนน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1
1.ความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์) 30 ข้อ
2.ภาษาไทย 20 ข้อ
ส่วนที่ 2
3.ประมวลกฎหมายอาญา 25 ข้อ
4.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 25 ข้อ
5.กฎหมายลักษณะพยาน 25 ข้อ
6.พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน 10 ข้อ
7.ภาษาอังกฤษ 15 ข้อ
เกณฑ์การสอบผ่าน
– ส่วนที่ 1 คณิต 30 ข้อ +ไทย 20 ข้อ รวม 50 ข้อ ต้องผ่านเกณฑ์ 60% ต้องได้ 30 ข้อ
– ส่วนที่ 2 กฎหมาย + อังกฤษ รวม 100 ข้อ ต้องผ่านเกณฑ์ 60% ต้องได้ 60 ข้อ
ต้องผ่านเกณฑ์ 60% ทั้ง 2 ส่วน ตกส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ จากนั้นเรียงลำดับจากคะแนนมากไปน้อย
เปิดรับสมัครตำรวจพิสูจน์หลักฐาน คลิก
โครงสร้างข้อสอบพนักงานสอบสวน
ข้อสอบแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก
1. ความรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- กฎหมายอาญา – ศึกษาหลักเกณฑ์ความผิดและบทลงโทษ
- กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา – เข้าใจขั้นตอนสอบสวน ดำเนินคดี และกระบวนการศาล
- กฎหมายพยานหลักฐาน – การใช้และการตรวจสอบพยานหลักฐานในชั้นศาล
2. ความสามารถทั่วไป
- การวิเคราะห์เชิงตรรกะ – การให้เหตุผล การคิดวิเคราะห์
- คณิตศาสตร์พื้นฐาน – การคำนวณเบื้องต้นที่ใช้ในกระบวนการสอบสวน
3. ความรู้ด้านตำรวจและระเบียบราชการ
- พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ – ศึกษาโครงสร้างตำรวจและอำนาจหน้าที่
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี – ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงานราชการและงานสอบสวน
การเตรียมตัวสอบพนักงานสอบสวน
สิ่งที่ควรอ่านและฝึกฝน
- อ่านกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้เข้าใจ
- อ่านบทบัญญัติสำคัญและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
- ฝึกทำข้อสอบปรนัยและอัตนัย
- ฝึกทำข้อสอบเก่าและแนวข้อสอบที่อัปเดตล่าสุด
- ทำข้อสอบจำลองให้เหมือนสถานการณ์จริง
- ศึกษาเฉลยข้อสอบและคำอธิบาย
- ศึกษากระบวนการสืบสวนสอบสวนจากคดีตัวอย่าง
- ดูแนวทางการสอบสวนของตำรวจในคดีดัง
- ศึกษาการทำสำนวนคดีที่ถูกต้อง
วิธีสมัคร
- สมัครสอบผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เตรียมเอกสาร เช่น ใบปริญญาบัตร สำเนาบัตรประชาชน
เงินเดือนและสวัสดิการของพนักงานสอบสวน
เงินเดือนเริ่มต้น:
- เริ่มต้นที่ 15,000 – 30,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง
- เงินเดือนสามารถเพิ่มขึ้นตามอายุงานและตำแหน่ง
สวัสดิการ
- เบี้ยเลี้ยงพิเศษ – ค่าเบี้ยเลี้ยงจากการทำงานพิเศษ เช่น ค่าพาหนะ ค่าเบี้ยกันดาร
- สวัสดิการรักษาพยาบาล – ค่ารักษาพยาบาลฟรีสำหรับตัวเองและครอบครัว
- สิทธิประโยชน์อื่น ๆ
- สิทธิในการกู้เงินสวัสดิการ
- สิทธิประโยชน์จากกองทุนบำเหน็จบำนาญ
พนักงานสอบสวนกับตำรวจสายอื่น ต่างกันอย่างไร?
ตำรวจสายสืบสวน (Detective Police Officer)
หน้าที่:
- ทำการสืบสวนและติดตามคดีอาชญากรรม
- ค้นหาพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การจับกุม
- ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนในการจัดทำสำนวนคดี
ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (Forensic Police Officer)
หน้าที่:
- ตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ รอยกระสุน
- วิเคราะห์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการดำเนินคดี
- ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พนักงานสอบสวน (Investigating Officer)
หน้าที่:
- สอบสวนพยานและผู้ต้องหา
- รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจัดทำสำนวนคดี
- ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาคดี
สรุป:
- ตำรวจสืบสวน เน้นการติดตามและสืบสวนคดี
- ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
- พนักงานสอบสวน เป็นผู้ดำเนินคดีและสอบสวนในชั้นสอบสวน
พนักงานสอบสวนต้องยศอะไร
พนักงานสอบสวน ยศจะเป็นตำแหน่งระดับสัญญาบัตร [ นายร้อย ] ดังนั้นยศเริ่มต้น คือ ร้อยตำรวจตรี ร.ต.ต. หรือ ร้อยตำรวจตรีหญิง ร.ต.ต.หญิง เรียงตามชั้นยศไปเรื่อย ๆ
พนักงานสอบสวนเงินเดือน
พนักงานสอบสวน มีเงินเดือนในอัตราเดียวกับตำรวจชั้นสัญญาบัตร คือ 15,920 บาท โดยจะมีเงินประจำตำแหน่งเพิ่มขึ้นมาอีก ดังนี้
1.รองสารวัตร สอบสวน เงินประจำตำแหน่ง 12,000 บาท ยศร้อยตำรวจตรี – ร้อยตำรวจเอก 2.สารวัตร สอบสวน เงินประจำตำแหน่ง 14,400 บาท ยศร้อยตำรวจเอก – พันตำรวจโท
3.รองผู้กำกับการ สอบสวน เงินประจำตำแหน่ง 17,300 บาท ยศพันตำรวจโท
4.ผู้กำกับการ สอบสวน เงินประจำตำแหน่ง 21,000 บาท ยศพันตำรวจเอก
ชีวิตพนักงานสอบสวน
พนักงานสอบสวน หรือคำที่เราคุ้นเคย คือ ร้อยเวร ผู้ทำหน้าที่รับแจ้งความที่นั่งประจำที่โรงพัก เป็นคดีอาญา ,คดีจราจร รถชน รวมถึงคดีอื่น ๆ เป็นงานเกี่ยวกับเอกสาร
การสอบพนักงานสอบสวน
ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ นรต. ส่วนมากจะลงตำแหน่งพนักงานสอบสวน แต่ตำแหน่งนี้ยังขาดแคลนกำลังพล จึงมีการเปิดสอบอยู่บ่อย ๆ ก่อนหน้านี้ มีรับสอบจากผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางกฎหมาย นิติศาสตร์มหาบัณฑิต และผู้สำเร็จการศึกษาระดับเนติบัณฑิต สำหรับปีนี้รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางกฎหมาย นิติศาสตร์บัณฑิตโดยไม่ต้องผู้สำเร็จการศึกษาระดับเนติบัณฑิต
พนักงานสอบสวนทำงานกี่วันต่อสัปดาห์?
โดยทั่วไป พนักงานสอบสวนจะต้องทำงานทุกวัน เนื่องจากคดีอาชญากรรมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุดที่แน่นอนเหมือนอาชีพอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ตารางการทำงานอาจแตกต่างกันไปตามสถานีตำรวจและภาระงานที่ได้รับมอบหมาย
รูปแบบการทำงานของพนักงานสอบสวน
- ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์: ปกติแล้ว พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติงาน 6 วัน และมีวันหยุด 1 วัน แต่วันหยุดอาจไม่ตรงกับเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากต้องเวียนกันหยุดตามรอบเวร
- ไม่มีเวลาทำงานที่แน่นอน: แม้เวลาทำงานปกติของข้าราชการตำรวจจะอยู่ที่ 8.30 – 16.30 น. แต่สำหรับพนักงานสอบสวน ต้องพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากหากมีคดีเกิดขึ้น ก็ต้องเข้าเวรและดำเนินการสอบสวนทันที
ลักษณะการเข้าเวรของพนักงานสอบสวน
พนักงานสอบสวนมี รอบเวรการทำงาน ที่เข้มงวด โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 เวร ดังนี้
- เวรเช้า (08.30 – 16.30 น.)
- ปฏิบัติงานตามเวลาราชการ
- รับแจ้งความและสอบสวนคดีที่เกิดขึ้น
- ติดตามและดำเนินการเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
- เวรบ่าย (16.30 – 00.30 น.)
- ทำหน้าที่เหมือนเวรเช้า แต่จะต้องรับผิดชอบคดีที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นและกลางคืน
- รายงานผลการสอบสวนให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
- เวรดึก (00.30 – 08.30 น.)
- ปฏิบัติงานตลอดคืน คอยรับแจ้งเหตุและลงพื้นที่เกิดเหตุหากมีคดีสำคัญ
- สอบสวนพยานและผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวในช่วงกลางคืน
นอกจากนี้ ยังมี เวรฉุกเฉิน ที่พนักงานสอบสวนต้องเข้าเวร แบบ 24 ชั่วโมง ในกรณีที่มีคดีเร่งด่วนหรือคดีสำคัญที่ต้องรีบดำเนินการ
หน้าที่และภาระงานของพนักงานสอบสวนในแต่ละวัน
1. รับแจ้งความ
พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับแจ้งความจากประชาชน ซึ่งอาจเป็นการแจ้งความทั่วไปหรือแจ้งความคดีอาญาร้ายแรง เช่น ฆาตกรรม ลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
2. ลงพื้นที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ
เมื่อเกิดคดี พนักงานสอบสวนต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บพยานหลักฐาน ร่วมกับหน่วยพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
3. สอบปากคำพยานและผู้ต้องสงสัย
- ทำบันทึกคำให้การของพยาน
- ซักถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- ดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
4. รวบรวมพยานหลักฐานและทำสำนวนคดี
พนักงานสอบสวนต้องจัดทำเอกสารและรวบรวมพยานหลักฐาน เช่น ลายนิ้วมือ พยานแวดล้อม วิดีโอกล้องวงจรปิด เพื่อให้แน่ใจว่าคดีมีหลักฐานที่แน่นหนา
5. ส่งสำนวนคดีไปยังอัยการ
เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนคดีไปยังอัยการเพื่อตรวจสอบ และดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป
สรุป
การสอบพนักงานสอบสวนต้องมีวุฒินิติศาสตร์ (นบ.) และใบอนุญาตว่าความ (ในบางกรณี) โดยข้อสอบแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ภาควิชาการ (กฎหมายอาญา วิธีพิจารณาความอาญา พยานหลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง), ภาคความสามารถทั่วไป (คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และตรรกะ), และ ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์และประเมินบุคลิกภาพ) ผู้สมัครต้องผ่านเกณฑ์ทุกภาคและมีคะแนนรวมสูงพอที่จะแข่งขันได้ ควรติดตามประกาศรับสมัครจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเตรียมตัวโดยการอ่านกฎหมาย ฝึกทำข้อสอบเก่า และเตรียมพร้อมสำหรับการสอบสัมภาษณ์