ตำรวจไซเบอร์คืออะไร พวกเขาทำหน้าที่อะไร ?
ตำรวจไซเบอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” มีบทบาทสำคัญในการป้องกัน ตรวจสอบ และปราบปรามอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์
ติดตามข่าวสารของตำรวจไซเบอร์ คลิก
ตำรวจไซเบอร์คือใคร?
ตำรวจไซเบอร์ (Cyber Police) เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเน้นไปที่คดีที่เกิดขึ้นผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การแฮกข้อมูล การฉ้อโกงออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัล
ตำรวจไซเบอร์มักทำงานใน กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และต้องมีความเชี่ยวชาญทั้งด้าน กฎหมายและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตำรวจไซเบอร์ทำหน้าที่อะไร?
1. ตรวจสอบและสืบสวนอาชญากรรมออนไลน์
- สืบสวนคดีฉ้อโกงออนไลน์ เช่น หลอกโอนเงิน ขายของออนไลน์แต่ไม่ส่งสินค้า
- ติดตามผู้กระทำผิดที่ใช้เทคโนโลยีปกปิดตัวตน เช่น การใช้ VPN หรือ Dark Web
2. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์
- เฝ้าระวังภัยคุกคามทางดิจิทัล เช่น มัลแวร์ แรนซัมแวร์ ฟิชชิ่ง (Phishing)
- ทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับนานาชาติเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
3. วิเคราะห์และตรวจสอบหลักฐานดิจิทัล
- กู้คืนไฟล์หรือข้อมูลที่ถูกลบ
- วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้กระทำผิดผ่านระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
4. ป้องกันการละเมิดสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคล
- สอบสวนคดี ละเมิดสิทธิทางดิจิทัล การแบล็กเมล์ทางออนไลน์ และการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ตรวจสอบเว็บไซต์ที่ละเมิด กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act)
5. ให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน
- จัดอบรมเกี่ยวกับภัยไซเบอร์
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ การป้องกันตัวเองจากภัยออนไลน์
บทบาทสำคัญของตำรวจไซเบอร์
- การสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น การฉ้อโกงออนไลน์ การแฮ็กข้อมูล และการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย
- การป้องกันและเฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ เช่น การตรวจสอบมัลแวร์ และการเฝ้าติดตามกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติ
- การเก็บพยานหลักฐานดิจิทัล โดยใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics)
- การทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เช่น INTERPOL, FBI, Europol และองค์กรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
คดีแบบไหนที่ตำรวจไซเบอร์รับผิดชอบ?
ตำรวจไซเบอร์รับผิดชอบคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
คดีที่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ได้แก่
- การแฮ็กระบบ (Hacking & Unauthorized Access) เช่น การเจาะระบบองค์กรเพื่อนำข้อมูลออกไปขาย
- การโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ (DDoS Attack) ทำให้ระบบล่มหรือหยุดให้บริการ
- มัลแวร์ และแรนซัมแวร์ (Malware & Ransomware) เช่น การเข้ารหัสไฟล์เรียกค่าไถ่
การฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต (Online Fraud & Scam)
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Scam) หลอกลวงผ่านโทรศัพท์หรือ SMS
- หลอกโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันปลอม
- Forex Scam / Ponzi Scheme หลอกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคล
- การแฮ็กบัญชีโซเชียลมีเดีย และขโมยข้อมูลส่วนตัว
- การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หรือ Fake News
- Deepfake และ Revenge Porn เช่น การปลอมแปลงวิดีโอเพื่อทำลายชื่อเสียง
การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติทางไซเบอร์
- การฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล
- การค้ามนุษย์ผ่าน Dark Web
- การก่อการร้ายไซเบอร์ (Cyber Terrorism) เช่น การเจาะระบบของหน่วยงานรัฐ
อาชญากรรมเกี่ยวกับเด็กและสื่ออนาจารออนไลน์
- Child Pornography & Online Child Exploitation
- การล่อลวงเด็กทางอินเทอร์เน็ต (Cyber Grooming)
กรณีศึกษาคดีไซเบอร์ในประเทศไทยและต่างประเทศ
กรณีศึกษา 1: แรนซัมแวร์โจมตีโรงพยาบาลไทย (Ransomware Attack in Thailand)
เหตุการณ์:
- ปี 2021 มีโรงพยาบาลหลายแห่งถูกโจมตีด้วย แรนซัมแวร์ ทำให้ระบบเวชระเบียนผู้ป่วยถูกเข้ารหัส
- แฮ็กเกอร์เรียกค่าไถ่เป็นเงินดิจิทัลเพื่อปลดล็อกข้อมูล
การดำเนินการของตำรวจไซเบอร์:
- ตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินผ่าน Cryptocurrency
- ใช้ Digital Forensics กู้คืนข้อมูลที่เสียหาย
- ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในการระบุแหล่งที่มาของมัลแวร์
กรณีศึกษา 2: คดี Forex-3D หลอกลวงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท
- เว็บไซต์ Forex-3D อ้างว่าให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่เป็น Ponzi Scheme
- มีผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกให้ลงทุนและสูญเสียเงิน
เหตุการณ์:
การดำเนินการของตำรวจไซเบอร์:
- ติดตามเส้นทางการเงินผ่าน Blockchain Analysis
- ตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ดำเนินธุรกิจหลอกลวง
- จับกุมผู้เกี่ยวข้องและปิดแพลตฟอร์ม
กรณีศึกษา 3: คดีแฮ็กระบบฐานข้อมูลราชการ (Government Data Breach)
เหตุการณ์:
- ปี 2023 มีแฮ็กเกอร์เจาะฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ นำข้อมูลประชาชนไปขายใน Dark Web
การดำเนินการของตำรวจไซเบอร์:
- ตรวจสอบช่องโหว่ของระบบที่ถูกโจมตี
- ใช้ OSINT (Open Source Intelligence) ติดตามผู้ต้องสงสัย
- ประสานงานกับ INTERPOL เพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิดในต่างประเทศ
กรณีศึกษา 4: การล่อลวงเด็กผ่านออนไลน์ (Cyber Grooming & Child Exploitation)
เหตุการณ์:
- มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียล่อลวงเด็กและถ่ายคลิปอนาจาร
- วิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปยังกลุ่มใต้ดิน
การดำเนินการของตำรวจไซเบอร์:
- ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมต้องสงสัยในแพลตฟอร์มโซเชียล
- ทำการ Cyber Sting Operation หรือการล่อซื้อเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิด
- ปิดกั้นเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย
ตำรวจไซเบอร์เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในยุคดิจิทัล โดยรับผิดชอบคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต เช่น การแฮ็กระบบ, การฉ้อโกงออนไลน์, การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และอาชญากรรมทางการเงิน
แนวโน้มของอาชญากรรมไซเบอร์ในอนาคต
- การโจมตีทางไซเบอร์จะซับซ้อนขึ้น เช่น AI-Powered Cyber Attacks
- อาชญากรรมทาง Cryptocurrency จะเพิ่มขึ้น
- การหลอกลวงและฟอกเงินผ่าน Metaverse และ NFT
- Deepfake และ Fake News จะถูกใช้มากขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมืองและเศรษฐกิจ
แนวทางการป้องกัน
- องค์กรควรลงทุนใน Cybersecurity และฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับภัยไซเบอร์
- บุคคลทั่วไปควรระวังข้อมูลส่วนตัวและหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลสำคัญบนโลกออนไลน์
ตำรวจไซเบอร์มีบทบาทสำคัญในการรับมือกับอาชญากรรมยุคใหม่ และต้องพัฒนาเทคโนโลยีอยู่เสมอเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำรวจไซเบอร์
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
- กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- กฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในระดับสากล
อาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ตำรวจไซเบอร์รับผิดชอบ
– การโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber Attack) เช่น การแฮกเว็บไซต์
– การหลอกลวงทางออนไลน์ (Online Fraud) เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงิน
– อาชญากรรมทางการเงิน (Financial Cybercrime) เช่น ฟิชชิ่ง (Phishing)
– การละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัล (Digital Copyright Infringement)
– การละเมิดความเป็นส่วนตัว (Privacy Violation)
คุณสมบัติของตำรวจไซเบอร์
– มีความรู้ด้าน กฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
– เชี่ยวชาญ IT Security และ Digital Forensics
– มีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analysis)
– สามารถใช้ เครื่องมือสืบสวนทางดิจิทัล
เงินเดือนตำรวจไซเบอร์
เงินเดือนตำรวจไซเบอร์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและประสบการณ์ โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ ประมาณ 15,000 – 40,000 บาท และอาจเพิ่มขึ้นตามระดับตำแหน่ง
วิธีสมัครเป็นตำรวจไซเบอร์
1. จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ นิติศาสตร์ หรืออาชญาวิทยา
2. สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือ สอบบรรจุเข้ากองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
3. ผ่านการฝึกอบรมและสอบคัดเลือก
คุณสมบัติของผู้สมัครสอบตำรวจไซเบอร์
ก่อนสมัครสอบ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ซึ่งมักจะมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- การศึกษา: มักกำหนดให้ผู้สมัครต้องจบปริญญาตรีด้านใดด้านหนึ่ง เช่น
- นิติศาสตร์ (สำหรับสายงานสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย)
- เทคโนโลยีสารสนเทศ, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (สำหรับสายงานเทคนิค)
- บริหารธุรกิจ, การบัญชี (สำหรับสืบสวนด้านธุรกรรมออนไลน์)
- อายุ: โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 18-35 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละปีที่เปิดรับสมัคร)
- สุขภาพและสมรรถภาพร่างกาย: ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ไม่มีโรคต้องห้ามตามระเบียบตำรวจ
- ทักษะพิเศษ (อาจได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ) เช่น การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล และทักษะด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
โครงสร้างการสอบตำรวจไซเบอร์
การสอบข้อเขียน
การสอบจะแบ่งออกเป็นหลายหมวด โดยมีหัวข้อสำคัญดังนี้
(1) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- กฎหมายอาญา: ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, ฉ้อโกงออนไลน์, หมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ต
- กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา: กระบวนการสืบสวน สอบสวน และเก็บพยานหลักฐาน
- พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
- พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์, พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาออนไลน์
(2) ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงไซเบอร์
- พื้นฐานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Networking)
- การทำงานของอินเทอร์เน็ตและโปรโตคอลต่าง ๆ เช่น TCP/IP, HTTP, HTTPS
- การโจมตีทางไซเบอร์ เช่น Phishing, Malware, Ransomware, SQL Injection
- การรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Cybersecurity) เช่น Firewall, VPN, Encryption
- Digital Forensics (นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล)
(3) ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการสอบสวนทางไซเบอร์
- OSINT (Open Source Intelligence) หรือการสืบสวนข้อมูลจากแหล่งเปิด
- การติดตามเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน เช่น Cryptocurrency
- การใช้เครื่องมือสืบสวน เช่น Wireshark, Kali Linux, Cellebrite
(4) ภาษาอังกฤษ
- คำศัพท์เฉพาะทางด้าน Cybersecurity และกฎหมาย
- การอ่านและแปลบทความเกี่ยวกับ IT และอาชญากรรมไซเบอร์
การสอบภาคปฏิบัติ (ถ้ามี)
ขึ้นอยู่กับแต่ละปี อาจมีการทดสอบภาคปฏิบัติ เช่น
- วิเคราะห์ Log Files หรือ Traffic Data
- ทดสอบความสามารถในการติดตามอาชญากรไซเบอร์
- การทดสอบการเจาะระบบ (Ethical Hacking)
การสอบสัมภาษณ์
ผู้สมัครต้องเตรียมตัวตอบคำถามเกี่ยวกับ
- ความเข้าใจในบทบาทของตำรวจไซเบอร์
- วิธีการสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์
- ทัศนคติและจริยธรรมของตำรวจ
เทคนิคการเตรียมตัวสอบ
ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- อ่านกฎหมายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
- ทำข้อสอบเก่าที่เกี่ยวกับกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง
ฝึกทักษะด้าน IT และ Cybersecurity
- เรียนรู้พื้นฐาน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Networking)
- ฝึกใช้เครื่องมือเช่น Wireshark, Nmap, Metasploit
- ทำความเข้าใจเรื่อง การเจาะระบบและการป้องกันภัยไซเบอร์
ฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลและ OSINT
- เรียนรู้วิธี ติดตามข้อมูลดิจิทัลจากแหล่งเปิด (OSINT) เช่น การใช้ Google Dorking
- ฝึกติดตามเส้นทางเงินและธุรกรรมผ่าน Blockchain และ Cryptocurrency
พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ
- อ่านข่าว Cybersecurity และเทคโนโลยีจากแหล่งเช่น Krebs on Security, The Hacker News
- ฝึกแปลเอกสารทางกฎหมายและ IT
ติดตามข่าวสารและคดีอาชญากรรมไซเบอร์
- ศึกษากรณีศึกษาจริง เช่น คดีแฮ็กข้อมูล คดี Phishing คดีโกงออนไลน์
- ติดตามข่าวเทคโนโลยีและภัยคุกคามไซเบอร์
บทบาทและหน้าที่ของตำรวจไซเบอร์
หลังจากสอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นตำรวจไซเบอร์ จะมีหน้าที่ดังนี้
การสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์
- ตรวจสอบการโจรกรรมข้อมูล และอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์
- วิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลเพื่อหาต้นตอของอาชญากร
- ติดตามเส้นทางธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ
การตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์
- ตรวจสอบและวิเคราะห์มัลแวร์ที่เป็นภัยคุกคาม
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ
- ประสานงานกับตำรวจสากล (INTERPOL) และองค์กรด้านความปลอดภัยข้อมูล
- ปฏิบัติการร่วมกับฝ่ายสอบสวนอาชญากรรมทางการเงิน
ข้อควรระวังในการสอบและปฏิบัติงาน
- ต้องมีความเป็นกลางและยึดมั่นในจรรยาบรรณตำรวจ
- ห้ามใช้ความรู้ในทางที่ผิด เช่น การแฮ็กข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ต้องพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีอยู่เสมอ
สรุป
ตำรวจไซเบอร์คือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่รับผิดชอบด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่สืบสวน ป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น การแฮ็กข้อมูล การฉ้อโกงออนไลน์ การละเมิดลิขสิทธิ์ และอาชญากรรมทางโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ ร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัล และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต