น้องๆเคยสงสัยกันมั้ยครับว่าการ สอบ ก.พ. รอบ รอบ e-Exam และ Paper & Pencil ต่างกันยังไง
เป็นวิธีการสอบสองรูปแบบที่สำนักงาน ก.พ.
จัดขึ้นเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของผู้ที่ต้องการสมัครเข้ารับราชการใน หน่วยงานต่าง ๆ การแบ่งรูปแบบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่ม
ความยืดหยุ่นและรองรับความต้องการของผู้สมัครที่มีความถนัดและ ข้อจำกัดแตกต่างกัน
รูปแบบ e-Exam เป็นการสอบที่ทันสมัย ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่การแสดงข้อสอบ การตอบคำถาม
ไปจนถึงการประมวลผลคะแนน ข้อดีของการสอบรูปแบบนี้คือความรวดเร็ว ผู้สมัครสามารถเลือกวันสอบที่เหมาะสมและทราบผลได้ภายในเวลา
อันสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี
ในทางกลับกัน Paper & Pencil ยังคงเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้
กระดาษข้อสอบและดินสอ แม้จะมีขั้นตอนการตรวจข้อสอบที่ช้ากว่าและต้องใช้เวลารอผลสอบนานขึ้น แต่รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชิน
กับการใช้คอมพิวเตอร์หรือชอบวิธีสอบแบบที่คุ้นเคย การสอบ Paper & Pencil ยังสามารถรองรับผู้สมัครจำนวนมากในสถานที่เดียวได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
ทั้งสองรูปแบบมีจุดประสงค์เดียวกัน แต่แตกต่างกันในเรื่องของกระบวนการสอบ ความยืดหยุ่น และความเร็วใน
การประกาศผล การเลือกสอบในรูปแบบใดขึ้นอยู่กับความถนัดและความสะดวกของผู้สมัครเอง
การสอบ ก.พ. ปี 2568: อัปเดตล่าสุด พร้อมเตรียมตัวให้พร้อมสู่เส้นทางข้าราชการ
การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ประจำปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในขั้น
ตอนสำคัญที่ผู้สมัครงานราชการต้องผ่านให้ได้ การสอบ ก.พ. เปรียบเสมือน “ใบเบิกทาง” สำหรับผู้ที่ต้องการบรรจุเข้ารับราชการ
ในหน่วยงานต่าง ๆ โดยในปี 2568 นี้ การสอบได้มีการอัปเดตและพัฒนาขึ้นในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของแนวข้อสอบ ระบบการสอบ และ
ความครอบคลุมของทักษะที่ใช้วัดผล เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
รูปแบบและโครงสร้างข้อสอบ ก.พ. ปี 2568
การสอบ ก.พ. ยังคงแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่:
ส่วนที่ 1: ความสามารถทั่วไป (การคิดวิเคราะห์)
วัดความสามารถทางด้านการคิดคำนวณ การคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ และการเชื่อมโยงข้อมูล
โดยผู้เข้าสอบต้องมีทักษะในการตีความข้อมูลตัวเลขและข้อความ รวมถึงการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลอย่างเป็นระบบ
ตัวอย่างหัวข้อสอบที่พบได้บ่อย:
อนุกรมตัวเลข
การคำนวณเชิงตรรกะ
การวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางหรือกราฟ
การแก้โจทย์ปัญหาความสัมพันธ์เชิงตรรกะ
ส่วนที่ 2: ภาษาไทย
วัดความสามารถในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ทั้งการอ่านจับใจความ การวิเคราะห์เนื้อหา การเลือกใช้คำหรือข้อความ
ให้เหมาะสม และความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาไทย
ตัวอย่างหัวข้อสอบ:
การอ่านและวิเคราะห์บทความ
การสรุปใจความสำคัญ
การเขียนประโยคให้ถูกต้องตามหลักภาษา
ส่วนที่ 3: ภาษาอังกฤษ
วัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่จำเป็นในการทำงาน เช่น การอ่าน การจับใจความสำคัญจากบทความสั้น ๆ และ
ความรู้พื้นฐานด้านคำศัพท์และไวยากรณ์
ตัวอย่างหัวข้อสอบ:
Reading Comprehension (การอ่านจับใจความ)
Grammar (หลักไวยากรณ์เบื้องต้น)
Vocabulary (คำศัพท์ที่ใช้บ่อยในการทำงาน)
การสอบ ก.พ. ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทดสอบความรู้พื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และ
ความพร้อมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งราชการ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มั่นคงและเต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโต
สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบ ก.พ. และ
ได้ขึ้นบัญชีผู้สอบผ่าน จะมีสิทธิ์สมัครสอบในตำแหน่งงานราชการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ตำแหน่งข้าราชการ
ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาความมั่นคงและสวัสดิการที่ดีในระยะยาว
การสอบ ก.พ. ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทดสอบความรู้พื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และ
ความพร้อมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งราชการ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มั่นคงและเต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโต
สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบ ก.พ. และ
ได้ขึ้นบัญชีผู้สอบผ่าน จะมีสิทธิ์สมัครสอบในตำแหน่งงานราชการของหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ตำแหน่งข้าราชการ
ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหาความมั่นคงและสวัสดิการที่ดีในระยะยาว
สรุป
การสอบ ก.พ. ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายในการรับราชการ การเตรียมตัวที่ดี การอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
และการฝึกทำข้อสอบอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญที่
ช่วยให้คุณสามารถผ่านสนามสอบนี้ได้สำเร็จ พร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางข้าราชการที่มั่นคงและภาคภูมิใจ
“เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เพราะความสำเร็จ
เริ่มต้นที่การเตรียมพร้อม”
รอบ e-Exam และ Paper & Pencil ต่างกันยังไง 📝
การสอบ ก.พ. (หรือสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป) เป็นการสอบที่จัดขึ้นโดยสำนักงาน ก.พ. เพื่อวัดความสามารถของผู้สมัครในการเข้าสู่
ราชการ โดยในปัจจุบันการสอบแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ e-Exam (สอบด้วยคอมพิวเตอร์) และ Paper & Pencil
(สอบด้วยกระดาษและดินสอ) ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายด้าน
1. รูปแบบการสอบ
e-Exam
ใช้คอมพิวเตอร์ในการสอบ โดยผู้เข้าสอบจะตอบคำถามผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องสอบที่จัดเตรียมไว้
ไม่มีการใช้กระดาษสอบหรือดินสอ
ทุกคำถามถูกแสดงในระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของ ก.พ.
Paper & Pencil
ใช้กระดาษข้อสอบและดินสอในรูปแบบดั้งเดิม ผู้เข้าสอบต้องกรอกคำตอบลงในกระดาษคำตอบ
การตรวจข้อสอบใช้เครื่องสแกน
เพื่อตรวจสอบกระดาษคำตอบ
รูปแบบนี้เป็นที่นิยมในอดีต และยังคงมีการใช้อยู่ในบางรอบ
2. สถานที่และความยืดหยุ่น
e-Exam
จัดสอบที่ศูนย์สอบคอมพิวเตอร์ที่กำหนดไว้ เช่น กรุงเทพมหานครหรือศูนย์สอบในต่างจังหวัดบางแห่ง
ผู้สมัครเลือกวันและเวลาสอบได้ตาม
รอบที่ว่างในระบบ ซึ่งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้สมัคร
ศูนย์สอบมีจำนวนจำกัดและอาจเต็มเร็ว
Paper & Pencil
มักจัดสอบในสถานที่ที่รองรับผู้เข้าสอบจำนวนมาก เช่น โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
มีวันและเวลาสอบที่กำหนดชัดเจน ไม่สามารถเลือกหรือ
เปลี่ยนแปลงได้
ใช้พื้นที่มากกว่า แต่สามารถรองรับผู้เข้าสอบได้พร้อมกันจำนวนมาก
3. ความเร็วในการประกาศผล
e-Exam
ประกาศผลรวดเร็วกว่า เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ตรวจสอบคะแนนได้ทันที
ผู้เข้าสอบจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์ หลังสอบ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทราบผลอย่างรวดเร็วเพื่อสมัครงานราชการในรอบที่กำหนด
Paper & Pencil
ใช้เวลานานกว่า เนื่องจากต้องสแกนและตรวจสอบคำตอบด้วยกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกระดาษ ผลสอบมักใช้เวลา 1-2 เดือน จึงจะประกาศ
4. ความพร้อมด้านเทคโนโลยี
e-Exam
เหมาะสำหรับผู้ที่มีความคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์ เช่น การเลื่อนเมาส์ การคลิกเลือกคำตอบ และการอ่านคำถามบนหน้าจอ
อาจไม่เหมาะ
สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดด้านเทคโนโลยี หรือไม่ชินกับการสอบแบบออนไลน์
Paper & Pencil
เป็นรูปแบบที่ผู้คนคุ้นเคยมานาน เหมาะสำหรับผู้ที่ถนัดกับการใช้กระดาษ
ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางเทคนิค
เช่น คอมพิวเตอร์ขัดข้องหรือไฟดับ
5. ค่าใช้จ่ายและต้นทุน
e-Exam
มีต้นทุนต่อผู้เข้าสอบสูงกว่า เนื่องจากต้องใช้คอมพิวเตอร์และระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ค่าใช้จ่ายสำหรับศูนย์สอบอาจสูงกว่า
แต่ผู้เข้าสอบมักจะไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม
Paper & Pencil
ต้นทุนการจัดสอบต่อหัวต่ำกว่า (เพราะใช้กระดาษและอุปกรณ์ที่ราคาไม่สูง) เหมาะสำหรับการจัดสอบในพื้นที่ที่ไม่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี
6. ความแตกต่างด้านประสบการณ์ของผู้สอบ
e-Exam
บรรยากาศการสอบค่อนข้างเงียบสงบและเป็นระเบียบ เนื่องจากผู้เข้าสอบนั่งหน้าคอมพิวเตอร์คนละเครื่อง
มีข้อดีเรื่องการแก้ไขคำตอบได้ง่าย
เพราะสามารถคลิกเลือกคำตอบใหม่ได้ทันที
ต้องปรับตัวกับการอ่านคำถามบนหน้าจอ ซึ่งอาจเหนื่อยล้าสายตาเร็วกว่า
Paper & Pencil
ผู้เข้าสอบนั่งในห้องสอบที่มีผู้สอบจำนวนมาก อาจมีเสียงรบกวนหรือความวุ่นวายบ้าง
การแก้ไขคำตอบต้องลบด้วยยางลบและเขียนใหม่
ทำให้เสียเวลามากกว่า
การอ่านคำถามจากกระดาษช่วยลดความล้าสายตา และบางคนอาจรู้สึกคุ้นเคยมากกว่า
7. การเลือกข้อสอบ
รูปแบบของข้อสอบและเนื้อหา เหมือนกันทุกประการ ไม่ว่าจะเป็น E-exam หรือ Paper & Pencil โดยข้อสอบจะประกอบด้วย:
ความรู้ความ
สามารถทั่วไป เช่น การคิดวิเคราะห์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย
ไม่มีความแตกต่างในระดับความยากง่าย
8. ความนิยมและแนวโน้มในอนาคต
e-Exam
มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากความรวดเร็วและความสะดวกในการจัดการ
ตรงกับแผนการพัฒนาระบบราชการให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล
Paper & Pencil
ยังคงจัดสอบควบคู่ไปกับ E-exam ในช่วงเปลี่ยนผ่าน อาจลดลงในอนาคต หากระบบ E-exam สามารถรองรับผู้เข้าสอบได้ทั่วประเทศ
สรุป
e-Exam
เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเลือกวันสอบ ทราบผลเร็ว และคุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์
Paper & Pencil
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบในรูปแบบดั้งเดิม และยังไม่คุ้นเคยกับการสอบแบบดิจิทัล
การเลือกรูปแบบใดขึ้นอยู่กับความถนัดและความพร้อมของแต่ละบุคคล รวมถึงความสะดวกในเรื่องสถานที่และเวลาสอบที่จัดให้ในรอบนั้นๆ
ช่วงเวลาที่เปิดสอบและการรับสมัคร
ก.พ. สอบปีละกี่ครั้ง
สำนักงาน ก.พ. จะจัดสอบก.พ. ภาค ก ขึ้นในทุก ๆ ปี แต่ละปีจะมีผู้เข้าสอบถึงหลักแสนเลยทีเดียว และจะมีการจัดสอบ ก.พ.
ปีละเพียงแค่ "1 ครั้ง" เท่านั้น ดังนั้นการตามข่าวสารของการเปิดสอบก.พ.จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยปัจจุบันการสอบ ก.พ. ภาค ก จะแบ่งเป็น 2
รูปแบบ คือ การสอบก.พ. แบบ e-Exam และการสอบก.พ. แบบ Paper & Pencil
ประกาศเปิดรับสมัครสอบ ก.พ. ที่ไหน?